เปิดร้านขายยาใช้เงินเท่าไหร่

เปิดร้านขายยาใช้เงินเท่าไหร่

เปิดร้านขายยาใช้เงินเท่าไหร่ อัปเดตปี 2026 เจาะลึกต้นทุนและงบประมาณทุกขั้นตอน

เจาะลึกงบประมาณและต้นทุนการเปิดร้านขายยาในปี 2026 ตั้งแต่ค่าตกแต่ง อุปกรณ์ สต็อกยา ไปจนถึงค่าใช้จ่ายรายเดือน

การเริ่มต้นธุรกิจร้านขายยาเป็นความฝันของเภสัชกรหลายคน รวมถึงนักลงทุนที่มองเห็นโอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมสุขภาพ แต่คำถามแรกที่มักจะเกิดขึ้นในใจเสมอคือ "เปิดร้านขายยาใช้เงินเท่าไหร่?" และงบประมาณเหล่านั้นถูกจัดสรรไปกับส่วนไหนบ้าง

จากประสบการณ์ที่ทีมงานของเราได้ร่วมงานและวางระบบให้กับร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ เราพบว่าต้นทุนการเปิดร้านยาไม่ได้มีแค่ค่าตกแต่งหรือค่าเช่าที่ แต่ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่หากคำนวณไม่ดีอาจทำให้งบประมาณบานปลายได้ (สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นวางแผนและอยากทราบภาพรวมทั้งหมด แนะนำให้อ่านเช็กลิสต์ เปิดร้านขายยา ต้องเตรียมอะไรบ้าง เพื่อเตรียมความพร้อมในเบื้องต้นก่อนครับ)

ในเนื้อหานี้ เราจะมาเจาะลึกโครงสร้างต้นทุนการเปิดร้านขายยาแบบละเอียดทุกหมวดหมู่ เพื่อให้คุณสามารถประเมินงบประมาณ เตรียมเงินทุนสำรอง และวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำที่สุดครับ

โครงสร้างต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) สำหรับการเริ่มต้น

ต้นทุนคงที่คือเงินก้อนแรกที่คุณต้องจ่ายเพื่อสร้างร้านให้เป็นรูปเป็นร่างและผ่านมาตรฐาน GPP (Good Pharmacy Practice) ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด งบประมาณส่วนนี้มักจะคิดเป็น 40-50% ของเงินลงทุนทั้งหมด

1. ค่าตกแต่งและออกแบบร้านให้ได้มาตรฐาน GPP

การตกแต่งร้านขายยาในปัจจุบันไม่ใช่แค่การทาสีและนำตู้มาวาง แต่ต้องอิงตามข้อกำหนด GPP อย่างเคร่งครัด เช่น การแบ่งโซนยาอันตราย โซนเวชสำอาง โซนให้คำปรึกษา แสงสว่างที่เพียงพอ และการควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการเก็บรักษายา

  • ร้านขนาดเล็ก (พื้นที่ 15-20 ตร.ม.) งบตกแต่งเบื้องต้นจะอยู่ที่ประมาณ 100,000 - 200,000 บาท
  • ร้านขนาดกลาง (พื้นที่ 20-40 ตร.ม.) งบตกแต่งจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 - 400,000 บาท
  • ร้านขนาดใหญ่หรือร้าน Standalone งบตกแต่งอาจสูงถึง 500,000 - 1,000,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับวัสดุและผู้รับเหมา

2. อุปกรณ์ ชั้นวางยา และเครื่องใช้ไฟฟ้า

ชั้นวางยาที่ดีต้องแข็งแรง ทำความสะอาดง่าย และมีความลึกที่พอดีกับการจัดเรียงยา นอกจากนี้ยังมีเครื่องปรับอากาศที่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาอุณหภูมิห้องยาไม่ให้เกิน 25 องศาเซลเซียส ตู้เย็นสำหรับแช่ยา ป้ายไฟร้าน และอุปกรณ์ให้คำปรึกษา

  • งบประมาณโดยเฉลี่ย 100,000 - 250,000 บาท

3. ระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมบริหารร้านยา (POS)

จุดนี้คือ "หัวใจสำคัญ" ที่กำหนดว่าร้านของคุณจะทำงานง่ายหรือวุ่นวายในระยะยาว ร้านยามีสินค้าเป็นพันๆ รายการ มีวันหมดอายุ มีลอตการผลิต และมีข้อบังคับเรื่องการทำรายงาน ข.ย. ส่ง อย. การใช้สมุดจดหรือ Excel ไม่สามารถตอบโจทย์การแข่งขันในปัจจุบันได้อีกต่อไป

การลงทุนในคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกนบาร์โค้ด ลิ้นชักเก็บเงิน เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ และโปรแกรมร้านยาที่ดี จะช่วยป้องกันปัญหาสต็อกหายและยาหมดอายุได้

  • งบประมาณฮาร์ดแวร์ (อุปกรณ์) 20,000 - 40,000 บาท
  • งบประมาณซอฟต์แวร์ หากเลือกใช้ CW Software ซึ่งพัฒนาโดยเภสัชกรตัวจริง จะเริ่มต้นเพียง 10,000 - 55,000 บาท (ซื้อขาด จ่ายครั้งเดียว ไม่มีรายเดือน) พร้อมฐานข้อมูลยา 12,000 รายการให้เริ่มขายได้ทันที ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าการจ่ายระบบ Cloud แบบรายเดือนในระยะยาว
หมวดหมู่ค่าใช้จ่ายร้านขนาดเล็ก
15–20 ตร.ม.
ร้านขนาดกลาง
20–40 ตร.ม.
ร้านขนาดใหญ่
40+ ตร.ม.
ค่าตกแต่งและออกแบบร้าน (GPP)100,000 – 200,000 ฿200,000 – 400,000 ฿500,000 – 1,000,000+ ฿
อุปกรณ์ ชั้นวางยา และเครื่องใช้ไฟฟ้า100,000 – 250,000 ฿100,000 – 250,000 ฿100,000 – 250,000+ ฿
คอมพิวเตอร์ / เครื่องสแกน / ลิ้นชัก20,000 – 40,000 ฿20,000 – 40,000 ฿40,000+ ฿
โปรแกรมร้านยา (เช่น CW Software)10,000 – 55,000 ฿10,000 – 55,000 ฿10,000 – 55,000 ฿
สต็อกยาลอตแรก200,000 – 300,000 ฿300,000 – 450,000 ฿450,000 – 600,000+ ฿

ต้นทุนหมุนเวียน (Working Capital) และค่าใช้จ่ายรายเดือน

นอกเหนือจากการสร้างร้านแล้ว คุณต้องมีเงินทุนสำรองสำหรับการดำเนินกิจการในช่วง 3-6 เดือนแรกที่ร้านอาจจะยังไม่คืนทุน นี่คือจุดที่เจ้าของร้านมือใหม่มักกะเกณฑ์ผิดพลาด

1. ค่าเช่าสถานที่และเงินมัดจำล่วงหน้า

หากคุณไม่ได้เปิดร้านในที่ดินของตัวเอง ค่าเช่าคือต้นทุนคงที่รายเดือนที่ต้องแบกรับ ทำเลที่ดีในย่านชุมชนหรือใกล้ตลาดมักมีค่าเช่าที่สูง โดยปกติเจ้าของพื้นที่มักจะเรียกเก็บเงินมัดจำล่วงหน้า 2-3 เดือน

  • งบประมาณค่าเช่า 15,000 - 50,000+ บาทต่อเดือน
  • งบเตรียมเงินก้อนแรก (มัดจำ + ล่วงหน้า) 45,000 - 150,000 บาท

2. สต็อกยาและสินค้าล็อตแรก (Initial Inventory)

เงินลงทุนก้อนใหญ่ที่สุดของการเปิดร้านขายยาจะไปจมอยู่กับ "สต็อกยา" การสั่งยาเข้าร้านลอตแรกต้องมีความหลากหลายครอบคลุมทั้งยาสามัญประจำบ้าน ยาอันตราย เวชสำอาง อาหารเสริม และอุปกรณ์การแพทย์

  • งบประมาณสั่งยาลอตแรก 200,000 - 600,000 บาท (ขึ้นอยู่กับขนาดร้านและเป้าหมายการขาย)
  • ข้อควรระวัง การสั่งยาเข้ามามากเกินความจำเป็นจะทำให้เกิดปัญหา "ทุนจม" และยาหมดอายุ การมีโปรแกรมร้านยาที่มีระบบแจ้งเตือนสต็อกขั้นต่ำและยาใกล้หมดอายุ จะช่วยให้คุณสั่งซื้อสินค้าได้แม่นยำขึ้นมาก

3. เงินเดือนเภสัชกรและพนักงานประจำร้าน

ตามกฎหมาย ร้านขายยาต้องมีเภสัชกรประจำร้านตลอดเวลาทำการ หากคุณไม่ใช่เภสัชกรที่มาเฝ้าร้านเอง คุณต้องเตรียมงบประมาณสำหรับจ้างเภสัชกรเต็มเวลา รวมถึงพนักงานผู้ช่วยเภสัชกรด้วย

  • เงินเดือนเภสัชกรเต็มเวลา 40,000 - 60,000+ บาทต่อเดือน (รวมใบประกอบวิชาชีพ)
  • เงินเดือนพนักงานผู้ช่วย 15,000 - 20,000 บาทต่อเดือน

4. ค่าสาธารณูปโภคและจิปาถะ

ร้านขายยาต้องเปิดแอร์ตลอดเวลาเพื่อคุมอุณหภูมิ ทำให้ค่าไฟค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังมีค่าอินเทอร์เน็ต ค่าน้ำ ค่าถุงกระดาษ ซองยา ฉลากยา และวัสดุสิ้นเปลืองอื่นๆ

  • งบประมาณรายเดือน 8,000 - 15,000 บาท
หมวดหมู่ค่าใช้จ่ายร้านขนาดเล็ก
15–20 ตร.ม.
ร้านขนาดกลาง
20–40 ตร.ม.
ร้านขนาดใหญ่
40+ ตร.ม.
ค่าเช่าสถานที่8,000 – 20,000 ฿/เดือน20,000 – 40,000 ฿/เดือน40,000 – 80,000+ ฿/เดือน
เงินเดือนเภสัชกร (เต็มเวลา)40,000 – 60,000+ ฿40,000 – 60,000+ ฿40,000 – 60,000+ ฿
เงินเดือนพนักงานผู้ช่วย15,000 – 20,000 ฿30,000 – 40,000 ฿45,000 – 60,000+ ฿
ค่าสาธารณูปโภค (ไฟ น้ำ เน็ต)8,000 – 12,000 ฿/เดือน10,000 – 15,000 ฿/เดือน15,000 – 25,000 ฿/เดือน

ค่าธรรมเนียมและการขอใบอนุญาตต่างๆ

งบประมาณในส่วนของเอกสารราชการอาจจะไม่ได้สูงมากนัก แต่เป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ การขอใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน (ข.ย.1) และการขอตรวจประเมิน GPP จะมีค่าธรรมเนียมตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) หรือ อย. กำหนด

  • ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายยา ประมาณ 2,000 - 3,000 บาทต่อปี
  • ค่าจดทะเบียนพาณิชย์และภาษีป้าย ประมาณ 1,000 - 3,000 บาท
  • งบประมาณรวมส่วนเอกสาร สำรองไว้ประมาณ 10,000 บาท สำหรับการวิ่งเต้นเอกสารต่างๆ

สรุปงบประมาณรวม เปิดร้านขายยา 1 ร้าน ต้องมีเงินทุนเท่าไหร่?

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เราได้จำลองโมเดลการลงทุนแบ่งตามขนาดของร้านขายยา (ตัวเลขนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเบื้องต้น อาจปรับเปลี่ยนได้ตามทำเลและเกรดของการตกแต่ง)

หมวดหมู่การลงทุน

1. งานตกแต่งและ GPP

2. อุปกรณ์และชั้นวาง

3. ซอฟต์แวร์ & ฮาร์ดแวร์

4. สต็อกยาลอตแรก

5. ค่าเช่าล่วงหน้า/มัดจำ

ประมาณการยอดรวมทั้งหมด

~685,000 ฿

~1,225,000 ฿

~2,180,000 ฿

เทคนิคคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายสำหรับผู้เริ่มต้น

จากตารางด้านบนจะเห็นว่าการเปิดร้านยามีรายละเอียดที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก หากบริหารจัดการไม่ดี งบอาจจะบานปลายไปอีก 20-30% ได้ง่ายๆ ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูครับ

1. เปรียบเทียบผู้รับเหมาอย่างน้อย 3 เจ้า

งานตกแต่งบิวท์อินคือส่วนที่งบงอกได้ง่ายที่สุด ควรเลือกช่างที่มีประสบการณ์ทำร้านยาและเข้าใจข้อกำหนด GPP ของ อย. อย่างแท้จริง เพื่อป้องกันปัญหาการทำผิดแบบแล้วต้องทุบแก้ใหม่ซึ่งเสียทั้งเงินและเวลา

2. ลงทุนในระบบบริหารร้านยาที่จบในครั้งเดียว

ค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่คนเปิดร้านยามักมองข้ามคือ "ซอฟต์แวร์รายเดือน" การใช้ระบบ Cloud ที่เก็บค่าบริการเดือนละ 1,500 - 3,000 บาท อาจดูเหมือนถูกในวันแรก แต่เมื่อคูณด้วยระยะเวลา 5 ปี คุณจะสูญเงินไปหลักแสนบาท

การเลือกใช้ระบบซื้อขาดอย่าง CW Software ที่เริ่มต้นในหลักหมื่นต้นๆ นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายประจำ (Fixed Cost) ในระยะยาวแล้ว ยังได้ระบบที่รองรับการทำรายงาน ข.ย. อัตโนมัติ และฐานข้อมูลยา 12,000 รายการ ช่วยประหยัดเวลาการตั้งค่าร้านได้เป็นเดือน

3. อย่าเพิ่งสต็อกสินค้าที่ไม่มั่นใจ

ในช่วง 1-2 เดือนแรก ให้สั่งเฉพาะยาสามัญพื้นฐานและสินค้าที่ขายออกไวไปก่อน (Fast-moving items) เมื่อร้านเปิดทำการ โปรแกรม POS จะช่วยเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ให้คุณเห็นเองว่า ลูกค้าในทำเลของคุณมีความต้องการสินค้ากลุ่มไหนเป็นพิเศษ จากนั้นจึงค่อยๆ เติมสต็อกในกลุ่มนั้น วิธีนี้จะช่วยรักษากระแสเงินสด (Cash Flow) ของร้านได้ดีที่สุด

ก้าวแรกสู่การเป็นเจ้าของร้านยาอย่างมั่นคง

การเตรียมตัวเรื่องเงินทุนเป็นเพียงด่านแรกของการเริ่มต้นธุรกิจเท่านั้น สิ่งที่ท้าทายกว่าคือการ "บริหารร้านให้มีกำไรและยั่งยืน" ในระยะยาว ธุรกิจร้านยาเป็นธุรกิจที่ต้องแข่งกับรายละเอียด ข้อมูลสินค้าจำนวนมาก และการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย

การมีรากฐานที่แข็งแรงด้วยการวางแผนงบประมาณที่รอบคอบ เลือกทำเลที่เหมาะสม และใช้เครื่องมือเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อร้านยาโดยเฉพาะ จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา ลดข้อผิดพลาดของพนักงาน และมีเวลาไปโฟกัสกับการให้คำปรึกษาผู้ป่วยและการเพิ่มยอดขายได้อย่างเต็มที่ครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนเปิดร้านขายยา

เปิดร้านขายยาใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะคืนทุน?

โดยเฉลี่ยแล้ว ธุรกิจร้านขายยาจะใช้เวลาในการคืนทุน (Break-even point) อยู่ที่ประมาณ 1.5 - 3 ปี ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง ค่าเช่า และความสามารถในการบริหารจัดการสต็อกยา หากร้านอยู่ในทำเลชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่านและไม่มีคู่แข่งในระยะใกล้ อาจใช้เวลาคืนทุนเร็วกว่านั้น

กู้เงินธนาคารมาเปิดร้านขายยาได้ไหม?

สามารถทำได้ครับ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ SME หรือสินเชื่อเฉพาะวิชาชีพสำหรับเภสัชกร (Medical Professionals Loan) ซึ่งมักจะได้อัตราดอกเบี้ยที่พิเศษกว่าสินเชื่อทั่วไป แนะนำให้เตรียมแผนธุรกิจ (Business Plan) และใบประกอบวิชาชีพให้พร้อมก่อนเข้าไปปรึกษาธนาคาร

จำเป็นต้องซื้อแฟรนไชส์ไหม หรือเปิดร้านด้วยแบรนด์ตัวเองดีกว่า?

การซื้อแฟรนไชส์จะได้เปรียบเรื่องระบบการจัดการที่มีคนวางกรอบไว้ให้แล้ว และชื่อแบรนด์ที่คนรู้จัก แต่ต้องแลกมาด้วยค่าแฟรนไชส์แรกเข้า ส่วนแบ่งยอดขาย และการบังคับซื้อยาจากส่วนกลาง ในขณะที่การเปิดแบรนด์ตัวเองจะใช้เงินลงทุนที่ยืดหยุ่นกว่า ให้อิสระในการหาสินค้า แต่คุณจะต้องวางระบบการทำงานและสร้างการรับรู้แบรนด์ด้วยตัวเองทั้งหมด

💡 สรุปงบประมาณ: เปิดร้านขายยาใช้เงินเท่าไหร่?

ขนาดร้านลงทุนเริ่มต้นค่าใช้จ่ายรายเดือน
ร้านขนาดเล็ก (15-20 ตร.ม.)~430,000 – 590,000 ฿~63,000 – 92,000 ฿
ร้านขนาดกลาง (20-40 ตร.ม.)~630,000 – 1,145,000 ฿~90,000 – 135,000 ฿
ร้านขนาดใหญ่ (40+ ตร.ม.)~1,100,000 – 1,905,000+ ฿~140,000 – 225,000+ ฿

* ตัวเลขข้างต้นเป็นการประมาณการณ์เบื้องต้น อาจแตกต่างตามทำเล ซัพพลายเออร์ และการตกแต่งร้านจริง

CW Software โปรแกรมร้านยา พัฒนาโดยเภสัชกร

ผู้มีประสบการณ์บริหารร้านยากว่า 50 ปี

เปิดบริการทุกวัน 09.00 - 18.00 น.

สำนักงานใหญ่ : Google Map คลิก

Contact